test samsung galaxy nexus camera

test samsung galaxy nexus camera

Advertisements

บันทึกหน้าประวัติศาสตร์ #IYWC9

ที่หายไปนาน ไม่ได้เขียนเป็นเดือนๆนี้ก้มีหลายสาเหตุนะครับ สาเหตุหลักยังคงแนวคิดเดิมนะครับ ตามใจผู้เขียนแทน เข้าเรื่องกระผมได้มีโอกาสไปเข้าค่ายอบรมเชิงปฎับัติการวิชาเว็บมาสเตอร์ หรือ IYWC 9 รุ่นนี้รุ่นที่ 9 แล้วนะครับ ผมทำส่วนของ Webcontent ครั้งนี้ กลุ่ม D จงเจริญ

 

 

ได้ใบประกาศด้วยดีจัง

แปะไว้ก่อน เดี๋ยวมาเขียนอีก เมื่อมีอารมณ์ งานกำลังจะมาท่วมหัวแล้ว

ยิ่งหื่น ยิ่งมีงานเยอะ ฮะฮา

ความเครียด ตัวเธอ อนาคต ชิว

กลับมาอีกแล้วครับ ผมสมัครค่ายเว็บมาสเตอร์ INET Young Web Master ครั้งที่ 9 รอผลรอบเข้าไปสัมภาษณ์กันต่อไป สาขา Web Content เอาใจช่วยผมด้วยนะครับ ครั้งนี้จะขอกล่าวเรื่องราวมากมายในชีวิตอีกแล้ว (ผู้อ่านคงคิดในใจ ตูอยากอ่านเรื่องมึงหนักหรือ ฮะฮา ) เอาเป็นว่าขอกล่าวเรื่องความเครียดกันก่อน ตามหัวข้อ ในชีวิตเรามีเรื่องราวให้เครียดกันอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องงาน เรื่องความรักและอื่นๆอีกมาก เยอะจนไม่อยากจะกล่าวกันเลย แต่สำหรับวัยอย่างผม วัยเรียน ส่วนใหญ่คงจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องความรัก

สองประเด็นใหญ่ ที่ติดอันดับ Top Five กันเลยทีเดียว กล่าวเรื่องเรียนยิ่งวัยนักศึกษาต้องมีส่งงานกับอาจารย์ในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งปิดคอร์สแล้วจะว่างเลยเหมือนระดับประถมศึกษาเลย มันไม่ใช่ ดังนั้นเราจะอาจได้เจอกับ พายุลูกใหญ่ แทรกเข้ามาในทันควัน ยิ่งงานไม่พอใจ หรือผิดพลาดอาจจะทำให้โดนเล่นเป็นชุดๆกันไป (บ่นอีกแล้วเราในสาขาเอก) มันจึงเกิดความเครียดขึ้นมา ที่ผมเขียนเรื่องนี้มีสาเหตุจากผู้หญิงที่ผมไปยุ่งอยู่ตอนนี้ด้วย เธอจะอารมณ์ขึ้นกับอาจารย์ท่านนี้มาก เหมือนตัวแืทน แต่เราจะไม่ไปดุด่าท่านในทางเสียหายล่ะกัน เรายังมีความเป็นศิษย์อาจารย์อยู่ ยังเคารพในตัวท่านบ้าง ถึงบางคนอาจจะไม่ก็ตามเป็นต้น (เวลาอาจารย์ว่า มันทำให้ผมคิดได้หลายอย่างๆจริง ว่าเราเข้าใจทำไมไม่ถามบ้าง เป็นต้น ดูไปดูมาคล้ายเรื่องเดิมเลยนะเนี่ย Dejavu) วิธีแก้เครียด อย่าไปเก็บมันคิด คิดในทางตรงกันข้ามบ้าง Positive Thinking ระบายอารมณ์ลงไปนอนกลิ้งกับพื้นบ้าง (วิธีนี้ได้แผล ระวังกันหน่อย ผมทดสอบล่ะ) เอาเป็นว่าผมบ่นเป็นน้ำจิ้มล่ะกัน

เรื่องหลักสำหรับผม แน่นอนครับ ความรัก ผมเขียนไปผมยังมีสตินะครับ ผิดชอบชั่วดี ไม่ได้อะไรตายอยากขนาดนั้น ผมจีบหญิงซึ่งบอกไปแล้ว ผมพยายามให้ความสนใจเธอ แต่บางครั้งเธอก็ตอบสนองมาแบบ งงๆ ซึ่งผมก็เคยถามเธอไปล่ะ เอาแบบฮา เช่น เพราะเราบอกเธอเล่นมุขนั้นล่ะ เธอก็เหอๆ เหมือนไม่รู้จะทำอย่างไร เหมือนเี่ราสนใจเธอ แต่เธอไม่สนใจเรา ซึ่งบอกตรงๆไม่รู้ผมลืมไปหรือเปล่า จีบยังไม่ถึงเดือนเลย  หรือถึงแล้ว ผมว่าความอดทนเป็นสิ่งสำคัญ กำลังใจ ตอนนี้ผมยังไม่ได้บอกครอบครัวเลย อย่าลืม ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ปรึกษากันในบ้าน ช่วยอะไรได้เยอะ บุพการีเรายิ่งสำคัญสุดๆ พระประธานในบ้าน ว่ากันต่อ เรารับฟังในสิ่งที่เธอพูด แต่เธอเหมือนจะเมินเฉยกับสิ่งที่เราจะพยายามพูดกับเธอ ความเข้มแข็งต่างๆ บางครั้งเราก็คิดนะ ว่าเธอเป็นเสมือนแรงผลักดันให้เราเรียนอยู่ต่อไป แบบให้มันดีขึ้นล่ะ For the Future แต่บางครั้งเราก็ไม่รู้จะพูดอะไรกับเธอ เวลาอยู่ด้วยกัน (ถ้าบอกไป แบบเวลาอยู่กับเธอแล้ว โคตรมีความสุขเลย นี้เรียกว่ารักหรือเปล่า ก็จะงามหน้าไป ) คิดไม่ออกเหมือนกัน เอาเป็นว่าผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้จนกว่าเอาชนะใจเธอให้ได้ ผมเขียนเพราะอยู่ดี ตอนนั่งรถตู้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-มีนบุรี มันคิดขึ้นมาได้พอดี ผมรู้สึกเหมือนเครียดลงกระเพราะหรือว่าหิวกันแน่ น้ำตาเหมือนจะไหล แต่พอได้เขียนblog แล้วรู้สึกดีล่ะ  ผมประคองเรื่องเรียนกับเรื่องรักได้อยู่แล้ว กาลเทศะ รู้จักคำนี้ สบาย

ผมจะกลายเป็น Mark Zuckerberg ไปล่ะ เขียนเรื่องคนที่จีบเนี่ย เหมือนกลายเป็น update ชีวิตตนเองแทน อนาคต ผมคงยังคิดไม่มาก ปัจจุบันให้รอดกันล่ะกัน มองโลกให้กว้าง แต่วิสัยทัศน์ตัวเองยังไม่กว้างพอ ต้องรอเธอมาเปิด Vision ให้กับเรา เหมือนเปิด Map ใน DOTA หรือไม่ก็ HON  ครั้งนี้เหมือนอยากจะเขียนก็เขียน อาจจะไม่รู้เรื่องบ้างนะครับ อารมณ์ส่วนตัว

ภาพแห่งความสุข นึกถึงพระประธานในบ้านเข้าไว้ (แม่ผมเองเืสื้อสีฟ้า)

For The First Time

ถ้าหากใครอ่านหัวข้อแล้วจะนึกว่าเป็นเพลงของวง The Script เข้าใจผิดแล้วนะครับ ซึ่งที่ผมจะเล่านี้ก็เป็นประสบการณ์ความคิดและอารมณ์ตามเคย ซึ่งบอกตรงๆว่ามันเกิดจากอารมณ์เสียมากกว่า แต่ไปในทางที่ดีนะครับ ซึ่งหากใครได้อ่านบล็อกตอน “มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวผม” จะมีท่อนหนึ่งที่ผมพูดถึงความรัก ซึ่งผมต้องยอมรับกับตัวเองเลยว่าเป็นครั้งแรกที่ผมได้บอกชอบผู้หญิงตรงๆเลย ซึ่งมันเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านั้นก็มีคนที่ผมรู้สึกดีๆด้วยล่ะครับ แต่บอกไว้เลยว่าพลาดที่เราไม่ได้บอกไปจนตอนนี้เธอเหล่านั้นคงได้ดีมีสุขกันแล้ว ที่พูดถึงนี้ตอนมัธยมปลายนะครับ ส่วนใหญ่คนที่ผมชอบก็จะเริ่มแรกมาจากเพื่อนในห้องเดียวกันล่ะครับ เพราะว่ามันใกล้ชิดกันแล้วรู้สึกๆดีให้กัน อีกนัยหนึ่งคนนอกจะอยากจะเข้าไปทำความรู้จัแต่อายนั้นเอง

ประเด็นหลัก แต่พอช่วงมหาวิทยาลัยในปัจจุบันที่กระผมเป็นอยู่ก็มีความหน้าด้านหน้าทนเล่นมุขจีบหญิงคนเดียวอยู่ตอนนี้ซึ่งผมไม่รู้่ว่า เธอจะรำคาญหรือคิดอย่างไรบ้าง อาจจะด่ายันโคตรเง้าศักราชเราก็เป็นได้ (แง่ลบเกิน) ตอนแรกที่ผมรู้สึกว่าชอบเธอเนี่ย ไม่รู้เกิดมาได้อย่างไร แต่ผมว่ามันน่าจะเกิดตั้งแต่ตอนสอบภาษาอังกฤษกลางภาค เป็นการสอบพูด แล้วเธอพูด Love you ใส่ผม ผมก็เลยเล่นจุดนั้นเลย ตอนนั้นคนที่พูดมี2คนนะครับ อีกคนตอนนี้มันก็หวานช่ำปานHoneycomb ไปแล้ว เพื่อนผมเอง คนในกลุ่มด้วยกัน แต่อีกคนที่สำคัญเนี่ยล่ะ คนที่ผมจีบอยู่ ผมบอกตรงๆว่า การจีบนั้นผมเน้นถ้อยทีถ้อยอาศัยไม่รุกหนักมากไป (ขอเบอร์ยังไม่ได้เลย)

ผมเหมือนกลายเป็นGeek ไปโดยปริยาย มีคุณสมบัติ พูดไม่รู้เรื่อง ไม่หล่อ สนใจสิ่งอื่นมากกว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คล้ายกับที่พี่เอ็ม @Khajochi บอกพอดีเลย ซึ่งผมว่ามันสามารถแก้ไขได้เพื่อคนที่เราชอบ ซึ่งเพื่อนผมก็แซวอยู่เหมือนกัน ว่าผู้หญิงคนนั้นทำให้บุ๊คเปลี่ยนไป ก็คือผมนั้นเอง มันเป็นการเสริมบุคลิกภาพให้ดีขึ้น ผมคิดอยู่เหมือนกัน ว่วเธอนั้นมีอะไรที่แตกต่างจากผมเยอะอยู่เหมือนกัน เหมือนเป็นการ fullfill สร้างสีสันในชีวิตซึ่งเหมือนก่อนนั้น

ผมบอกกับตัวเองว่าเรียนก่อนเรื่องความรักไม่สน แต่ตอนนี้เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยนความคิดเปลี่ยน แต่ผมว่ามันก็ไม่ใช่มีสิ่งที่มากำหนดว่าถูกหรือผิดขึ้นอยู่กับตนเองต่างหาก ว่าจะแบ่งเวลา รู้กาลเทศะ ไม่ใช่ตามหญิงตลอดก็ไม่ได้ กลุ่มผมเนี่ยล่ะ งานจะไม่ลุล่วงก็เพราะหญิงเนี่ยล่ะครับ ผู้หญิงนั้นทุกคนมีความสวยคนละแบบ แตกต่างกันไป บางคนหาได้ยาก บางคนหาได้ง่าย บอกไว้ก่อนสเป็คของผม ก็เหมือนชายไทยทั่วไป ขาว หมวย สวย น่ารัก เคยมีคนแบบนี้ผ่านมาในชีวิตแต่ผมพลาดไป พอปัจจุบันนี้มันตรงกันข้ามเลยนะครับ คนที่ผมจีบอยู่

แต่ผมเห็นบางสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ แต่ที่เห็นได้ชัด เธอน่ารัก อารมณดี ก็มีส่วน พูดแบบนี้ เอา่เพลงมา1ท่อน อธิบาย ” I just want you to know you deserve the best the beautiful ” จา่กเพลง How to love Lil Wayne ตอนนี้ผมเหมือนเป็นที่ปรึกษาด้านการเรียนการงานมากกว่า ส่วนใหญ่ผมจะคุยเรื่องเรียนเสียมากกว่า เรื่องทั่วไปก็มีบ้าง ตอนกลับบ้านด้วยกัน ผมไม่รู้จะคุยอะไรกับเธอหรือเปล่า แต่มีอย่างหนึ่งเวลาผมมองหน้าเธอทีไร เหมือนกับเธออมความทุกข์ไว้บางอย่าง เวลาเธออยู่กับเพื่อนเธอเฮฮาดีนะ เป็นที่รักของทุกคน แต่ตอนอยู่กับผมนี้สิ ลืมบอกไป เธอเป็นคนนราธิวาส ผมคิดไว้เลย เธอจะห่วงคนที่บ้านแน่นอนอย่างมาก ดูจากช่วง1-2สัปดาห์ที่ผ่านมาที่มีข่าว ผมก็นั่งรถกลับพร้อมเธอล่ะครับ นั่งรถ ป.อ. ปกติผมนั่งรถธรรมดานะครับ แต่ไม่เป็นไรเพื่อผู้หญิงเราทำได้

มันจึงเกิดคำว่า “ให้เพื่อนเต็ม100 หญิงเป็นหมื่น” ผมก็อยากบอกเธอเืรื่องนี้แต่มันกระทบกระเทือนจิตใจมาก เป็นเรื่องละเอียดอ่อนนะ ผมว่า แต่บางครั้งผมก็ล้อเล่นกันแรงไป ผมบอกไม่เคยด่าผู้หญิง วันนี้ที่ผ่านมาเลย เผลอหลุดปากไป กราบขอโทษแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว ผมเป็นคนปากหมา พูดไม่ค่อยคิดหรอกครับ หรือว่าพูดไปแล้วกลับมาคิดใหม่ คำพูดคือสิ่งที่หลุดออกจากตัวเราแล้วไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้ ต้องปรับปรุงกันต่อไป ถ้าผมลองมองดูตัวเอง ผมว่าผมเป็นคนที่ไม่ค่อยจะมีอะไรดีสักเท่าไหร่ ว่าตัวเองก่อนชิงตัดหน้าเองเลย ตลกโป้งฮาไปวันๆ อาจจะเป็นสาเหตุที่เธอยังไม่สนใจ แต่มันครั้งแรก เราก็ดีใจแล้ว มันเป็นประสบการณ์ เป็นครูให้เรา เรื่องความรักผมบอกตรงๆ ไก่อ่อนมาก แต่ถ้าเรื่องอื่นๆยังพอสู้ได้ และมีอีกสาเหตุที่ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยความโกรธตนเองเนื่องจากเห็นเพื่อนมีความสุขส่วนนั้นผมยินดีอยู่แล้วแต่มันทำให้กลับมาคิดถึงตนเองว่าแล้วเราล่ะ จะทำอย่างไรกันต่อไป เพื่อนก็เชียร์ผมล่ะ มันก็ดีอย่าง แต่อยากลองอะไรด้วยตนเองดูก่อน เรื่องแบบนี้มันบังคับกันยาก ต้องเต็มใจมันก็มีความสุขกันทั้งคู่ เอาเป็นว่าสิ่งที่ผมกล่าวมาอาจจะไร้สาระในสายตาบางคน แต่ัสำหรับผมมันก็เป็นสิ่งที่มีค่า ไม่มีอะไรมาซื้อได้

ฝากเพลงกันให้เข้ากับบรรยากาศตัวเองและเพื่อนๆอีกมายมาย เหมือนกันว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง ซะงั้น เพลงนี้ไว้ Congratulations My friend  and I tip my hat to you  ระบายก่อนสอบจะได้โล่งหน่อย

Doing Contemporary World Affairs Notice Board Slideshow

เป็นการจัดทำจากเพื่อนมนตรี ที่บันทึกการทำงานตอนจัดบอร์ดข่าวของ Sec BC3 Sophomore ซึ่งภาพในสไลด์โชว์เกิดจากการถ่ายภาพด้วยกล้อง fujifilm finepix s1000fd ซึ่งเป็น Bridge Camera  ตอนถ่ายใช้ auto ก่อนแล้วมา Program mode ต่อมาลอง Manual mode เองก็สนุกไปอีกแบบครับ ปรับ Fine Sharpด้วย ก็ดีครับ  ข้อมูลในบอร์ดก็จะเกี่ยวกับชนวนสงครามในลิเบียแล้วลามมาในไทยซึ่งเป็นผลกระทบที่ตามมาหรือไม่ แล้วก็ไป ฮูโก ชาเวส  เน้นข่าวที่ร่วมสมัยตามชื่อวิชาล่ะครับ Post นี้เป็นบันทึกของผมล่ะกัน ปนกันไปมาครับผม

What happens to my life ? มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวผม

กลับมาสู่การเขียน Blog อีกครั้ง หลังจากไม่ได้จับแป้นพิมพ์ลงมือเคาะตัวอักษร กระแทกใส่พื้นที่วางเปล่าแห่งนี้ คิดถึงมานาน ประเด็นคือเรื่องเรียนล่ะครับ ความรับผิดชอบต้องมีมากขึ้น

ที่ผมจะเล่าใ้ห้ฟังกับเรื่องที่ผ่านมากับช่วงปี2 ซึ่งคณะผมเรียนเหมือมัธยม พอหวั่นเกรงอำนาจ ซึ่งอาจจะมีบารมีหลงเหลืออยู่ของประธานหลักสูตร (แต่ผมจะไม่เอ่ยชื่อในที่นี้นะครับ ) วิชาที่ผมเรียนและหนักใจกันไปหลายๆคนในคณะคือ Data Structure and Algorithm การเรียนมีการบรรยาย แต่เวลาที่เขาถ่ายทอดเปรียบเสมือน เขาเข้าใจที่เขาพูดแต่ แต่จะสื่อสารให้นักศึกษาเข้าใจมันทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เวลาสั่งงาน ก็ต้องทำให้ตรงใจกับเขา ซึ่งถ้าเกิดตรวจไปแล้วไม่พอใจ ก็มีว่ากล่าวกันบ้าง แต่นั้นก็ทำให้นักศึกษารู้สึกหมดกำลังใจในการส่งไปเลย

ผมว่าการเรียนวิชานี้เปรียบเสมือนการทำงานซึ่ง อาจารย์ท่านเป็นลูกค้า แล้วสั่งงานโดยบอกแค่หัวข้อหลักแต่เนื่องานข้างในนั้นๆ ไม่ได้พูดอะไรเลย แต่เขาก็เปิดโอกาสให้ถาม แต่จะถามว่า ไม่เข้าใจหมดเลยก็ไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวจะโดนเล่นเอาประมาณนั้น ตามความคิดนักศึกษา ซึ่งลูกค้าคนนี้มีความสำคัญต่อบริษัทเป็นอย่างมาก ผมเปรียบเปรยได้ประมาณนั้น เหตุผลที่ผมเขียนเรื่องอาจารย์ท่านนี้ด้วยในPost นี้ เพราะผม เพิ่งโดนท่านว่ามาไม่นานนี้เอง

ซึ่งมันก็เป็นความผิดของผมจริง ขาดมารยาทในการเรียนอย่างที่ท่านบอกล่ะ แล้วแถมบอกอาจารย์ที่สอนผมอยู่ว่า ให้ D เลย ผมก็คิดล่ะ บอกกับเพื่อน D Development การพัฒนา ครั้งหลังอย่าทำอีก  ผมดูบาสเกตบอลโลกรอบชิงขนะเลิศปี 2010 อยู่ (เหมือนประจาญตนเองแต่ก็จริง) ซึ่งเพื่อนบางคนโดนอาจท้อก็ได้ แต่ผมไม่รู้สึกสักเท่าไหร่ เพราะเราเคยทำงานเจอหนักกว่านี้ เคยอ่านทวีตของ @Johnwinyu เรื่อง ถ้านักเรียนจบ ม.6 แล้วไปทำงาน1ปี แล้วกลับมาเรียน โดนรุ่นพี่ว๊ากใส่คงหัวเราะในใจ ทำไมเจ้าอ่อนยิ่งหนัก เปรียบกับอาจารย์ก็ได้ โลกแห่งการทำงาน โลกความจริง กับ โลกการศึกษา มันแตกต่างกันสิ้นเชิง  ถ้าการเรียน เราทำผิดยังสามารถแก้ไขได้ แต่โลกความจริง การงาน มันอยากที่จะแก้ไข ( พูดเหมือนใน Harry Potter and The order of phoenix เลย )

แต่คงพูดกันยาว มาถึงข้อสอบถึงได้ผ่านพ้นไป ผมได้บอกเรื่องที่ผมรู้กับเพื่อนคนอื่นๆเยอะพอสมควร หนึ่งในนั้น( มีคนที่ผมชอบด้วย ซึ่งผมบอกชอบเธอไปแล้วล่ะ เพราะรักจึงทำ แต่บางครั้งก็ไม่อยากทำ เพราะอาจเป็นการฆ่าเธอทางอ้อมได้ อยู่ section เดียวกัน ) บอกทุกอย่างที่เราพอจะรู้ เช่น Pseudo Code นี้เขียนใ้ห้ดูส่งผ่านกลุ่มใน FB เลย พอคะแนนประกาศออกมากับมาได้น้อยกว่าคนที่ผมติวให้ ตอนแรกเกิดความน้อยใจ แต่ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี ว่าเราได้ถ่ายทอดสิ่งที่เรารู้ แล้วคนที่ได้ีัรับนั้น เก่งกว่า ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีนะ และข้อสอบผมว่ามันเป็นการวิเคราะห์ในตัวด้วย ซึ่งความรู้ประสบการณ์มันไม่ตรงกันท่านผู้สอน

ซึ่งประสบการณ์ วัยวุฒิ คุณวุฒิ มากกว่าเป็นล้นพ้น แต่ทำอย่างไรมันเกิดขึ้นไปแล้ว แก้ไข ไม่ได้ ( แต่แอบเคืองนิดหน่อย ) ฮากันไม่ออกเลยทีเดียว มันผ่านไปแล้วปลอบใจตนเอง สู้กันต่อไป ความคิดไม่ตรงกัน แต่อยู่รวมกันได้ ผมว่ามันก็ดีแล้วล่ะครับ เราก็ต้องพิสูจน์ตัวเองกันต่อไป ว่าจะอยู่รอด ถึง ปี 4 กันหรือเปล่า ( เกิดแรงผลักดันให้กับตนอย่างแรง)

เวลาผ่านไป ผมบอกว่าผมมีความรักถึงแม้จะเป็น section เดียวกันก็ตาม แต่ไม่มีข้อห้ามที่ไหน ถ้าใจมันรักมันชอบ เพื่อนบอกว่าผมเปลี่ยนไปเพราะผู้หญิงคนนั้นก็จริงอ่ะ แต่ยังไงก็ให้เพื่อนเต็มร้อยอยู่ดี แยกแยะกันออกอยู่แล้ว โตขนาดนี้ แต่ดันทำงานของเธอเสร็จก่อนกลุ่มตนเอง เพื่อนมันก็เริ่มน้อยใจกันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ผมยอมรับอย่างจริงใจเลยว่าตั้งแต่เกิดมา ผมไม่เคยบอกชอบผู้หญิงตรงๆเลย ส่วนใหญ่ที่ผ่านมามีแต่การกระทำ แต่ไม่ได้บอกก็พลาดไปเยอะ แต่คนนี้ผมบอกตรงๆเลย ก็รู้สึกดีเหมือนกัน ถึงแม้จะไม่รับความรู้สึกดีๆ เราก็ยังพูดคุยกันได้ ( แต่ต้องความหวังไว้ก่อน )

ช่วงนี้ต้องเขียน Content ฝึกฝนกันไป เอาเข้าจริงๆผมยังไม่ได้สมัคร INET Young Webmaster Camp ครั้งที่ 9 หรือ IYWC9 เลย เป็นค่ายที่น่าสนใจมากๆครับ เสียดายครั้งที่แล้วมัวแต่ดึงกันไปว่าจะสมัครดีหรือเปล่า แต่ครั้งนี้ไม่ปล่อยแน่นอน ก็ใจมันอยากได้รับการเรียนรู้อย่างแรงกับเซียนวงการเว็บไทยทั้งนั้น แล้วรุ่นที่ผ่านมาก็มีรุ่นพี่ที่โรงเรียนสตรีวิทยา ๒ ด้าน Web Programming ด้วย พี่ต่อนั้นเอง เจริญรอยตามกันไปครับ

ผมว่ายังมีเรื่องราวอีักมากมาย แต่ผมไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้หมด หรืออธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจเนี่ยล่ะ ประเด็นสำคัญเลย ถ้าผมมีสิ่งดี ข้อคิดเตืือนใจ เรื่องราวปลอบใจของตนเองอีก ( ซึ่งมันต้องมีอีกแน่นอน และบางคนอาจจะเป็นเหมือนผมก็ได้ ) ฝากไว้ล่ะกันครับ ” เจอปัญหาจงยิ้มเข้าใส่แล้วดีใจ ที่มีปัญหาให้แก้ แต่อย่าให้มันมากล่ะกัน เพราะเรามีเพื่อนเป็นมนุษย์ด้วยนะ ” จะเอาฮาไปไหนเนี่ยล่ะ พอก่อนแค่นี้ล่ะกันครับ

ขอบคุณสำหรับการอ่านเรื่องราวที่อาจจะมีสาระให้คิดบ้างนะครับ